Information Architecture
i am IA
  • Business Logic นั้น สำคัญไฉน
      เดือนที่แล้ว ขึ้นรถเมล์ปรับอากาศแถวบ้าน ด้วยความที่ขึ้นทีไร ก็ไม่เกิน 14 บาท อยู่ๆรถเมล์คันนี้ก็เก็บ 16 บาท ทางเดิม ป้ายลงป้ายเดิม เลยเกิดอาการ”เอ๊ะ” กับคุณกระเป๋า คุณกระเป๋าทำหน้าให้โหดยิ่งขึ้น แล้วพูดมาสามพยางค์เหมือนเดิม “สิบหกบาท” โถ่ ลูกหมาอย่างเราจะทำอะไรได้ นอกจากจ่ายๆไปซะ แล้วก็นั่งขดๆเงียบๆอยู่ห่างๆพี่กระเป๋าหน้าหูด (โหด + บูด)   เราเก็บความสงสัยเอาไว้ แล้วพอถึงป้าย ก็ลงเดินไปเข้าออฟฟิศ เปิดเว็บขสมก. แอบชมเว็บขสมก.ว่ามีแบบฟอร์มให้ติดต่อด้วย ว่าแล้วก็กรอกคำถามเข้าสู่ฟอร์มในหน้า Contact Us อุตส่าห์จำทั้งหมายเลขรถ และหมายเลขทะเบียนรถ บอกอย่างละเอียด ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องการเพียงแค่ตอบคำถามว่า เราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า วันต่อมา ก็ค้นพบเองว่า รถเมล์ยูโร 2 จะแพงกว่ารถเมล์อื่น ทั้งที่เป็นรถเมล์ปรับอากาศเหมือนกัน ขึ้นป้ายเดียวกัน ลงป้ายเดียวกัน เส้นทางเดียวกัน ขนาดขึ้นรถเมล์หลายครั้งหลายหนยังไม่รู้เลยว่ารถปรับอากาศแต่ละแบบก็เก็บต่างกันด้วย ทั้งชีวิตจำได้แค่ว่า รถปรับอากาศ กับไม่ปรับอากาศ มีค่าโดยสารที่ต่างกัน และจนป่านนี้ ก็ยังแยกไม่ออกว่า รถคันไหนคือยูโร 2 จนกระทั่งเขาเก็บค่าโดยสาร ถึงจะร้องอ๋อ   หลังๆแทนที่จะให้เงินพอดีค่าโดยสาร ก็เลยต้องให้เป็นธนบัตรยี่สิบบาทแทน จะเอาเท่าไหร่ก็เอาไป จะทอนเท่าไหร่ก็ทอนมา   หนึ่งเดือนกว่าๆผ่านไป คำตอบคงจะหายไปกับสายไฟตรงไหนสักที่แล้วกระมัง (ไม่ต้องพูดถึงโทรศัพท์เลย เคยโทรไปถามทางแล้ว โดนดุอีกต่างหาก)   แม้ว่าจะเป็นสถานการณ์ปรกติเมื่อเราติดต่อกับทางราชการผ่านทางเว็บไซต์ แต่มันก็ยังไม่แก้ข้อสงสัยว่า “ไม่มีใครดูแล้วมันจะทำไปทำไม(ฟะ)”   ถ้าให้ลองนึก scenario ในการทำเว็บไซต์ขสมก.ดู ก็อาจจะเป็นประมาณว่า… คนทำ: พอดีเรามีส่วนสร้าง contact us form อยู่แล้ว ถ้ามีคนอยากติดต่อเราจะได้ผ่านทางหน้าเว็บได้เลย ดีไหมครับ คนจ่าย: อืมๆ องค์กรเราจะได้ดูไฮเทคด้วยเนอะ เอาๆๆ พอทำเสร็จแล้ว คนทำ: ตรงหน้า contact จะให้ส่งไปที่ใครดีครับ คนจ่าย: หือ ส่งอะไร คนทำ: ก็ส่งอีเมล์ไงครับ คนจ่าย: อีเมล์คืออะไร? คนทำ: …   (ล้อกันเล่นนะ [...]

  • ว่าด้วยการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้
    เจ้าของบล็อกหายไปกับกระแสสังคมสักพักใหญ่ บวกกับการงานรุมเร้าให้กลางคืนไม่ได้มีสมาธิเขียนบล็อก หายไปราวกับทิ้งบล็อกให้ร้างเลยทีเดียว บัดนี้ กลับมาแล้ว คนอ่านหายกันไปหมดหรือยังน้อ แฮ่ ว่าจะอัพเดทบล็อกสั้นๆสลับกับบล็อกยาวๆดีกว่า ไม่งั้นเขียนบล็อกยาวๆทีไร ต้องหาจังหวะว่างงาน จะได้มีสมาธิต่อเนื่องยาวๆนานๆ ในการอัพ   วันนี้เรามาว่าด้วยการ “เก็บข้อมูลจากผู้ใช้” เป็นการฉลองตีมใหม่ก็แล้วกัน ทนใช้อันเก่าอยู่ได้ตั้งนาน   นักพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และระบบแทบจะร้อยทั้งร้อย ต้องเจอกับประสบการณ์ฝันหวานอย่างเรื่องลูกค้าเปลี่ยนแปลงโดยถ้วนหน้ากันแล้ว บางคนจึงคร้านจะคุยกับลูกค้า นั่งเทียนเอาเองง่ายกว่าเยอะเลย และหลายๆครั้งก็ประสบพบเจอว่า นั่งเทียนหรือถาม ก็มักจะมีค่าเท่ากัน ประเด็นคือ ปรกติแล้ว เรามักจะเจอลูกค้า หรือผู้ใช้ที่ไม่รู้หรอกว่าต้องการอะไรกันแน่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราๆที่จะต้องคิดว่าจะทำอะไรให้ลูกค้าดี เช่น ลูกค้าอาจจะคิดแค่ว่า เขาอยากได้กาต้มน้ำที่ทำให้น้ำเดือดเร็วๆ ถ้าเราฟังลูกค้ามาแค่นี้ เราก็สามารถที่จะผลิตกาต้มน้ำที่ทำให้น้ำเดือดเร็วๆได้ เพราะเรามี know-how ในการทำกาต้มน้ำอยู่แล้ว แต่ความแตกต่างก็คือ เราไม่เคยรู้ว่าลูกค้าแขนไม่ค่อยดี เดินลำบาก หูตึง บางทีก็ให้หลานตัวเล็กๆยกให้ และนั่นเป็นสิ่งที่ชี้วัดว่า กาต้มน้ำที่เราผลิตนั้น ลูกค้าใช้งานแล้วจะดีร้ายเด่นด้อยปลอดภัยอันตรายขนาดไหนกัน เส้นบางๆระหว่างการ”ทำได้” กับการ”ทำได้ดี” มันอยู่ตรงนี้ล่ะ นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องมานั่งเก็บข้อมูลจากผู้ใช้กัน การเก็บข้อมูลจากผู้ใช้ ไม่ได้แปลว่า เราต้องไปเอาผู้คนมาจำนวนหนึ่ง แล้วเก็บไว้ในห้องที่เราเตรียมไว้ แล้วให้ทำสิ่งที่เราต้องการ เราเคยทำ focus group อยู่ 2 ครั้ง ในแบบที่จับมานั่งในห้องที่กำหนด แต่ด้วยการทำงานช่วงหลังๆ ที่ใช้วิธีวิ่งไปคุยกับผู้ใช้ถึงที่ทำงาน ก็พบว่า เออ มันจริงกว่ากัน เราจะได้เห็นทั้งซีนการทำงานของเขา สิ่งที่อยู่บนโต๊ะเขาทั้งหลาย เอกสารที่ใช้งานจริง ประสิทธิภาพของเครื่องที่เขาใช้อยู่จริง รวมไปถึงความชำนาญและความเคยชินในการใช้งานที่เครื่องของเขาเอง การได้มาซึ่งข้อมูลจากผู้ใช้ในกรณีนี้ จะมาจากสองทางได้แก่ 1. การสอบถาม 2. การสังเกตการณ์ การสอบถาม ก็อย่างเช่น การถามประชาชนว่าเลือกตั้งคราวนี้ จะเลือกใคร การถามสาวๆว่า ในแต่ละเดือน ใช้จ่ายไปกับอะไรเป็นส่วนใหญ่ เป็นการเก็บข้อมูลในมิติของ “ความคิดเห็น” (Attitudinal) นั่นคือข้อมูลที่ให้จากการที่เขาคิดว่าเขามี เขาเป็น เขาทำ บางคนอาจจะงงว่า อ้าว ก็แล้วไง คนบอกว่าเลือกพรรคสีส้ม มันก็คือข้อมูลว่าคนๆนั้นเลือกพรรคสีส้ม หญิงสาวบอกว่าเธอใช้จ่ายไปกับมะม่วงดองมากที่สุด มันก็คือข้อมูลว่าเธอซื้อมะม่วงดองเป็นจำนวนเงินมากที่สุด ซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้ว อาจจะทำตามนั้นหรือไม่ก็ได้ เพราะมันคือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาทำ แต่ก็ไม่ใช่ว่า เป็นข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้ เพียงเราต้องเข้าใจว่า มันเป็นข้อมูลระดับความคิดเห็น ซึ่งเราอาจจะต้องมานั่งกรองกับผู้ใช้อีกทีหนึ่งว่า มันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นไปตามที่คิดเห็นจริงๆหรือไม่ ส่วนการสังเกตการณ์ ก็เทียบกับการดูผลการเลือกตั้งของจริง หรือการที่ไปเห็นหญิงสาวซื้อของจริงๆ เอาเข้าจริงประชาชนอาจจะเลือกพรรคสีฟ้ามากกว่า หรือหญิงสาวที่บอกว่าเอาเงินส่วนมากไปซื้อมะม่วงดองนั้น เอาเข้าจริงแล้ว เธออาจจะละลายเงินไปกับเสื้อผ้าที่ลดราคามากกว่าก็ได้ นี่คือข้อมูลที่เก็บขึ้นในมิติของ [...]

  • Interface แห่งอนาคต (อันใกล้)
    อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ว่า วิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีในสมัยนี้ มันวิ่งไปเร็วจนเราแทบจะวิ่งตามไม่ทัน อย่างเราเป็นสมาชิกข่าวสารเทคโนโลยีอยู่หลายที่ บางทีก็ยังมีช่วงที่รู้สึกว่า “ตามไม่ไหวแล้วว้อยยย” อยู่หลายๆครั้ง พวก Newsletter ข่าวสารพวกนี้ในระยะนั้น ใกล้เคียงกับ Junk Mail เอาเสียมากๆ แต่อย่างไรก็ดี ใครที่ทำงานด้านนี้ จะหยุดอยู่กับที่ ก็มีแต่เสียเปรียบ ฝั่งเมืองไทยอาจจะช้าหน่อย แต่ถ้าถึงกับหยุดเรียนรู้ไปเลย ทำงานอย่างที่ทำอยู่ทุกวัน สักพัก ถ้าถึงจุดเปลี่ยนแล้ว เราอาจจะตามไม่ทันก็ได้ ตอนที่ในเมืองไทยคนที่รู้จัก Ajax, Web2.0 แทบจะนับหัวได้ไม่เกินยี่สิบคน มาถึงตอนนี้ ที่ Ajax หรือ Web2.0 ก็ยังไม่ได้ถูกใช้มากอยู่ดีในเวบเมืองไทย แต่กระนั้นเลย ก็อยากให้นำพากันสักนิด ถึงแม้ว่าเราจะเห็นว่าเราใช้เทคโนโลยีล้าหลังกับเว็บ เราก็ยังทำเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเว็บ หรือผู้สร้างเว็บ (อย่างนี้ไม่เรียกพัฒนาเว็บนะ 555) แต่มันก็เป็นคนละเรื่องกับการที่จะไม่ aware คลื่นลูกใหม่ๆที่เกิดขึ้น อีกอย่าง ขึ้นชื่อว่าเว็บไซต์แล้ว เราจะเห็นคู่แข่งเพียงในประเทศก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องระดับโลก เว็บไซต์ หรือ application ของประเทศไหน คนไทยก็สามารถใช้ได้แทบทั้งหมด การอัพเดทข่าวสารของใหม่ๆเสียบ้างให้ทันกระแสโลก จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อย่างไร Smashing Magazine พาเราไปดู Interface 10 แบบ ที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งจากในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่รวมไปถึงมุมมองในการพัฒนา Interface ด้วย การพัฒนาบางแบบ ก็มีอยู่แล้วในปัจจุบัน บางแบบยังอยู่ในวุ้น แต่ก็ใกล้ความจริงเข้าไปภายในไม่ช้านี้ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว ไปดูกันเลยดีกว่า   1. Fez ประสบการณ์การเล่นเกมแบบ 3 มิติจากเกม 2 มิติ คนอ่านคงสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วมันของใหม่ตรงไหน เกม 3 มิติก็ออกจะมีให้เกลื่อน เกมนี้มันแตกต่างตรงที่ สร้างมุมมองใหม่ของเกม [...]

  • IA กับ Search Engine Optimization (SEO)
    หน้าที่หนึ่งของ Information Architect คือ การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ง่ายต่อการเข้าใจ ง่ายต่อการใช้งาน คำชมที่ทำให้ IA ที่ดีควรยิ้มออกก็คือ ต๊ายตาย ดูง่ายดีจัง เข้าใจง่ายจัง ถ้าได้คำชมมาแบบ ดูอลังการซับซ้อนจังเลยค่ะ อาจจะทำให้เรารู้สึกฉลาด คิดอย่างนี้ได้อยู่คนเดียว แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันอาจจะเป็นสัญญาณถึงปัญหาการใช้งานในภายหลังก็ได้ บางคนกลัวว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรซับซ้อนดูยากๆเข้าว่า เดี๋ยวคนอื่นในองค์กรจะไม่เห็นความสำคัญของเรา จริงๆแล้ว งานของเรา ยิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกว่าชีวิตเขาง่ายขึ้นมากเท่าไหร่ กำไรเพิ่มพูนจากงานของเรามากเท่าไหร่ นั่นคือความสำเร็จของงานเราเท่านั้น   ทั้งนี้ทั้งนั้น IA ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานได้ง่ายอย่างเดียว แต่ยังมีหน้าที่ทำให้ architecture ที่สร้างขึ้น  มีประสิทธิภาพต่อการพัฒนา ง่ายต่อ machine รวมไปถึง search engine ด้วย เพราะโครงสร้างระบบบนเว็บไซต์ที่เหมาะสม ส่งผลไปถึงการจัดระดับเว็บไซต์ และการ indexing ด้วย หรือที่เรียกรวมๆว่า การทำเสียว (SEO - Search Engine Optimization) นั่นเอง   การทำ SEO ในบางครั้ง เราอาจจะมองเห็นว่า  มันทำให้เว็บด้อยประสิทธิภาพลงในด้านการใช้งาน และโครงสร้างระบบ แต่จริงๆแล้ว งาน SEO กับ IA มีความคล้ายคลึงกันอยู่ ในแง่การออกแบบระบบและเนื้อหาให้ใช้ประโยชน์อย่างที่ต้องการได้อย่างมีคุณภาพ แต่ในฟากของ IA ดูจะเน้นผู้ใช้ที่เป็นคนจริงๆเป็นสำคัญ ในขณะที่ SEO เน้นไปทาง Bot หรือ Spider ของ Search Engine ทั้งหลาย คือผู้ใช้คนสำคัญ โดยที่อย่างไรก็ดี ต้องตั้งอยู่บนความคิดที่ว่า เว็บไซต์นั้น [...]

  • Motivation กับ Hygiene
    เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปท่องเที่ยวที่ต่างจังหวัดหนึ่ง (จะบอกว่าพักผ่อนก็ไม่ได้ เพราะเที่ยวเหงื่อแตกทุกวัน) ได้มีโอกาสไปพักที่รีสอร์ทดีไซน์เก๋แห่งหนึ่ง ที่ราคาก็สูงพอสมควร และข้าวของเครื่องใช้ก็พร้อมดี ห้องกว้าง ระเบียงกว้าง ไม่ร้อน มีทั้งพัดลมและแอร์ มีสระว่ายน้ำสวยๆ มีจักรยานให้ขี่เล่นฟรีๆ มีวิวงามๆเป็นภูเขารอบตัว แต่ปัญหาส่วนตัวก็คือ เป็นคนที่แพ้แมลง แล้วรีสอร์ทก็ช่างออกแบบให้ใกล้ชิดธรรมชาติและแมลง ไม่ว่ารีสอร์ทจะหรูหรา ไฮคอนเซปท์ขนาดไหน ก็รู้สึกว่าไม่ได้รับความสะดวกสบายคุ้มราคาอย่างที่ควรจะเป็น ในงานออกแบบหนึ่งๆ มันจะประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่การมี feature มากๆ เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่ได้แปลว่า ผู้ใช้จะใช้ผลงานนี้ ลูกค้าจะซื้อสินค้าชิ้นนี้ และก็ไม่ใช่ว่า สินค้าที่แพงขึ้น แปลว่าให้อะไรมากขึ้น feature มากขึ้น แล้วจะขายได้ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ ปัจจัยด้าน Hygiene ก็ต้องมีความสำคัญเช่นเดียวกัน แนวความคิดนี้มาจาก Two Factor Theory หรืออีกชื่อคือ Herzberg’s Motivation-Hygiene Theory ที่คุณ Frederick Herzberg นักจิตวิทยาเขาพบว่า ความพึงพอใจในงาน และความไม่พึงพอใจในงาน ต่างเป็นปัจจัยที่ไม่ได้มีผลสัมพันธ์เนื่องกัน ทฤษฏีนี้บอกว่า มันมีปัจจัยส่วนหนึ่งในที่ทำงาน ที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ และมีปัจจัยอีกส่วนหนึ่งที่แยกกัน ที่ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจในงาน หัวหน้างานจึงไม่ควรจะแก้ปัญหาความไม่พึงพอใจในงาน ด้วยการเพิ่มปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในงาน เพราะมันเป็นสองส่วนที่ไม่เกี่ยวกัน ตามนั้น โดยเฮียเขาได้ไปทำการสัมภาษณ์วิศวกรและนักบัญชีประมาณ 200 คนในแถบ Pittsburgh และได้พบว่า ปัจจัยที่ทำให้พึงพอใจในงาน เช่น รางวัล สถานะ คุณค่าในตัวเอง ทำให้พวกเขาพอใจ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าขาดส่วนนี้ไป ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะทำให้ความไม่พอใจในงานยิ่งมากขึ้น แต่ปัจจัยที่มีผลโดยตรง เช่น นโยบายบริษัท ความมั่นคง เงินเดือน เพื่อนร่วมงาน เป็นสิ่งที่มีผลว่าจะทำให้เขาไม่พึงพอใจมากหรือน้อย ทฤษฏีนี้จึงพูดถึงปัจจัยทั้งสองฝ่าย ฝ่ายขาว Motivator คือ ปัจจัยที่ทำให้พึงพอใจในงานถ้าได้แถม ฝ่ายดำ Hygiene คือ ปัจจัยที่ทำให้ไม่พึงพอใจในงานเมื่อขาดไป ความหมายของ Hygiene [...]